<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“องอาจ” เห็นด้วย “คสช.” เตรียมปลดล็อค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;องอาจ&amp;#39;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;เห็นด้วยที่คสช. จะปลดล็อคทางการเมือง ชี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่เสียเปรียบในการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พฤศจิกายน 2561 นายองอาจ &amp;nbsp;คล้ามไพบูลย์ &amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงการที่มีข่าวว่า &amp;nbsp;คสช. จะปลดล็อคทางการเมือง ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ว่า นับเป็นเรื่องที่ดี ที่ คสช. จะปลดล็อคทางการเมือง ให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมืองโดยไม่ต้องคอยวิตกกังวลว่าสิ่งที่พรรคการเมือง หรือ นักการเมืองปฏิบัตินั้นจะผิดคำสั่ง คสช. ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายไปด้วยเพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเมื่อยังไม่มีการปลดล็อค พรรคการเมืองต้องทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างสุ่มเสี่ยงอาจจะถูกตีความว่าทำผิดกฎหมาย และ ทำผิดคำสั่ง คสช. ได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นการไม่ปลดล็อคแล้วมีคำสั่ง คสช. มาค้ำคอไว้ก็ทำให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบ ระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ กับ ผู้มีอำนาจที่เตรียมตัวจะลงมาเป็นผู้เล่นในสนามเลือกตั้ง การที่ คสช. ปลดล็อคจะช่วยทำให้เกิดความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้นสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติโดยรวมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวต่อไปว่าสิ่งที่จะตามมาหลังปลดล็อคก็คือการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ถือเป็นองค์กรอิสระที่มีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม &amp;nbsp;จึงขอฝากให้กกต. ใช้อำนาจหน้าที่ด้วยความอิสระเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพื่อให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;จะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆตามมาในภายหลัง &amp;nbsp;แต่ถ้า กกต. มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ขาดความเป็นอิสระและขาดความเป็นกลางอย่างแท้จริง จะก่อให้เกิดปัญหาไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวมอย่างมากตามมาก่อให้เกิดปัญหาไม่รู้จบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21312</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., ปลดล็อคทางการเมือง, พรรคประชาธิปัตย์, องอาจ  คล้ามไพบูลย์, เห็นด้วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa49e894205f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;จี้รัฐบาลใช้กรณีจับโกงเงินคนจนเป็นโมเดลรับเรื่องร้องเรียนทุจริตในหน่วยงานราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค. - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่นางสาว ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และนางสาวณัฐกานต์ หมื่นพล อดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น ออกมาเปิดโปงการทุจริตปลอมแปลงเอกสารรับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ป่วยเอดส์ของศูนย์ฯ จนมีการตรวจสอบพบการทุจริตอีกหลายสิบจังหวัดว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่พนักงาน ข้าราชการในหน่วยงานเป็นผู้ทุจริต หรือมีส่วนร่วมกับการทุจริตคงมีอีกมากมายหลายหน่วยงาน คงไม่ใช่มีเฉพาะที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง สังกัดกระทรวงพัฒนสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น เชื่อว่าการทุจริตคงเกิดขึ้นอีกมากมายในหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาสู่สาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจระบุว่าการทุจริตที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นที่รับรู้ของสาธารณะ เพราะมีคนภายในองค์กร คือนักศึกษาฝึกงาน และอดีตลูกจ้าง นำข้อมูลการทุจริตมาเปิดเผย แต่กว่าจะนำข้อมูลทุจริตออกมาเปิดเผยได้ ก็ถูกหน่วงเหนี่ยวขัดขวางกลั่นแกล้งจนแทบหมดกำลังใจ แม้แต่นักศึกษาฝึกงานนำข้อมูลทุจริตไปบอกอาจารย์ แทนที่อาจารย์จะสนับสนุนให้ต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง อาจารย์กลับมีพฤติกรรมขัดขวางนักศึกษาที่มีจิตใจกล้าหาญ ไม่ยอมก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้อง จนนักศึกษาฝึกงาน และอดีตลูกจ้างต้องไปหาช่องทางเปิดโปงการโกงเงินคนจนครั้งนี้ด้วยความยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้การป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในหน่วยงานราชการต่างๆ เกิดประสิทธิภาพ ขอฝากให้รัฐบาลนำกรณีโกงเงินคนจนมาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกลไกและกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในหน่วยงานราชการต่างๆ พร้อมทั้งมีมาตรการคุ้มครองลูกจ้าง พนักงาน และข้าราชการดีๆ ที่ปฏิเสธการทุจริตให้มีช่องทางอย่างเป็นทางการ ที่จะแจ้งเบาะแสการทุจริต เพื่อจัดการกับข้าราชการที่เลวร้ายในหน่วยราชการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกจ้าง พนักงาน ข้าราชการดีๆ รวมถึงนักศึกษาฝึกงานที่ถึงแม้จะเข้าไปฝึกงานในหน่วยงานราชการต่างๆ เพียงช่วงสั้นๆ ต้องแสวงหาช่องทางในการแจ้งเบาะแสตามลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่าการสร้างกลไกและกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนทุจริตในหน่วยงานราชการพร้อมทั้งมาตรการคุ้มครองที่เข้มแข็ง จะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกจ้าง พนักงาน ข้าราชการ ไม่ต้องเกรงกลัวที่จะหลีกเลี่ยงปฏิเสธที่จะต้องทำการทุจริตตามคำสั่งของข้าราชการระดับสูงอีกต่อไป ซึ่งจะช่วยทำให้มีคนกล้าออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตมากขึ้นอย่างแน่นอน อันทำให้การป้องกันปราบปรามการทุจริตในแวดวงราชการเกิดประสิทธิภาพตามมาในที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4716</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องแบม, ปณิดา ยศปัญญา, องอาจ, องอาจ  คล้ามไพบูลย์, โกงเงินคนจน, โกงเงินผู้ติดเชื่อเอดส์, โกงเงินสงเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa49e894205f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้’ประยุทธ์’พิสูจน์ความจริงใจมีเลือกตั้ง 62 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;ออกมาระบุว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในกรอบเวลาไม่เกินเดือน ก.พ.2562 ว่าคำกล่าวของนายกฯ อาจสร้างความเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เต็มร้อย เพราะได้พูดถึงกำหนดการเลือกตั้งต่อนานาชาติมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สามารถทำตามที่พูดได้ ดังนั้น การออกมาพูดถึงครั้งล่าสุด จึงเป็นคำยืนยันที่ไม่ก่อให้เกิดความมั่นใจแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจกล่าวต่อว่า หากนายกฯ อยากให้ประชาชนมั่นใจในคำพูด นายกฯ ต้องมีการกระทำที่ทำให้ผู้คนในสังคมเกิดความมั่นใจ โดยการผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอีก 2 ฉบับ คือ กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว. ภายในกำหนดเวลาที่เหมาะสม โดยไม่มีการคว่ำกฎหมายเกิดขึ้นในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงการเปิดโอกาสให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายได้ หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ไม่ควรดำเนินการใดๆ ให้ไม่สามารถปฏิบัติได้เหมือนอย่างกรณีกฎหมายพรรคการเมืองที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ต.ค.2560 แต่ คสช. ก็ไม่ยอมปลดล็อก ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ และการไม่ใช้อำนาจของ คสช. ออกคำสั่งใดๆ ไปแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง อันจะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4244</URL_LINK>
                <HASHTAG>40 อดีตส.ส., กฎหมายเลือกตั้งส.ส., ประชาธิปัตย์, ปลดล็อก, พล.อ.ประยุทธ์, ส.ว., สนช., องอาจ, องอาจ  คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a641a2cd14a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2018 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปชป.’แนะ’สนช.’ตีเส้นกกต.ที่อยากได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ. 2561 - นายองอาจ &amp;nbsp;คล้ามไพบูลย์ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึง กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ว่าเป็นเรื่องที่แปลกเหมือนกัน เพราะเป็นบุคคลซึ่งผ่านการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหามาเรียบร้อยแล้ว แต่กลับไม่มีใครที่เหมาะสมพอที่ สนช. จะเห็นชอบได้เลย &amp;nbsp;ถ้าผลการลงมติออกมาว่ามีทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบน่าจะสมเหตุสมผลมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่มีข่าวว่า สนช.ไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คน เพราะผู้ได้รับการสรรหาส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งนั้นน่าจะไม่ใช่เหตุผลหลักในการพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ &amp;nbsp;เพราะ กกต.เกือบทุกชุดที่ผ่านมา &amp;nbsp;ก็มีทั้ง กกต.ที่มีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์จัดสรรการเลือกตั้งคละเคล้ากันไป&amp;rdquo;นายองอาจตั้งข้อสังเกต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจระบุว่า การที่ สนช.ไม่เห็นชอบ กกต. ทั้ง 7 คนจะทำให้คณะกรรมการสรรหาทำงานยากลำบากมากขึ้น &amp;nbsp;เพราะไม่รู้ว่า สนช.ต้องการ กกต.แบบไหน &amp;nbsp;ถ้า สนช.สามารถประชุมเป็นการภายในแล้วแจ้งให้คณะกรรมการสรรหาทราบว่าอยากได้ &amp;nbsp;กกต. แบบไหนก็จะทำให้คณะกรรมการสรรหาทำงานได้ง่ายขึ้น และถึงแม้การสรรหา กกต.ชุดใหม่จะไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งช้าหรือเร็วโดยตรง เพราะแม้ยังไม่มี กกต.ชุดใหม่ กกต. ชุดเก่าก็ยังสามารถทำหน้าที่ต่อไปตามปกติจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำงาน &amp;nbsp;แต่การได้ กกต. ชุดใหม่ล่าช้าออกไปมากเกินไป ก็อาจส่งผลทำให้การทำหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งสุจริต และเที่ยงธรรม เกิดปัญหาได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การได้มาซึ่ง กกต. จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีอำนาจไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องแทรกแซงโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;และไม่ควรมีการกระทำใดๆ ทั้งจากผู้มีอำนาจ และเครือข่ายที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นได้ &amp;nbsp;เพราะเมื่อสังคมเคลือบแคลงสงสัยการได้มาซึ่ง กกต.และการทำหน้าที่ของ &amp;nbsp;กกต. ก็จะก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการเลือกตั้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกไม่รู้จบ &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าประเทศไทยอย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายองอาจกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3845</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะกรรมการสรรหา, ผู้มีอำนาจ, รัฐบาล, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, องอาจ, องอาจ  คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a76905edce78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2018 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2018 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘องอาจ’ แจง 4 เหตุผลทำรัฐบาลลุงตู่หัวทิ่มหัวตำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;องอาจ&amp;rsquo; เปิด 4 เหตุผลทำให้รัฐบาลประยุทธ์อยู่ช่วงขาลง ทั้งปัญหาความโปร่งใส-สืบทอดอำนาจ-ความเชื่อมั่น-ปากท้อง&amp;rdquo; แนะลุงตู่รีบแก้ไขก่อนปัญหายากเยียวยาแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ. 2561 - นายองอาจ &amp;nbsp;คล้ามไพบูลย์ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติที่การทำงานในปีท้ายๆของรัฐบาลจะอยู่ในช่วงขาลงว่า รัฐบาลอาจอยู่ในช่วงขาลงหรือขาขึ้นได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการทำงานของรัฐบาลเอง &amp;nbsp;ถ้ารัฐบาลทำงานดีมีผลงาน ประชาชนก็จะให้การสนับสนุนทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาขึ้น &amp;nbsp;แต่ถ้ารัฐบาลทำไม่ดี ไม่มีผลงานเข้าตา ก็จะทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจกล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง &amp;nbsp;น่าจะมาจากสาเหตุสำคัญ 4ประการคือ 1. ปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใสมาเป็นระยะจากความพยายามหาประโยชน์จากโครงการต่างๆ จนมาประทุเป็นเชื้อไฟลามทุ่งเมื่อผู้คนมุ่งจับจ้องมาที่เรื่องนาฬิกา 2.ปัญหาเรื่องการสืบทอดอำนาจ เพราะแต่เดิม พล.อ.ประยุทธ์แสดงตนอยู่ในสถานะกรรมการใช้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ปรับเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น แต่เมื่อประกาศตัวเป็นนักการเมือง มีความพยายามใช้กลไกต่างๆ ที่ตนเองสร้างขึ้นมาผ่านแม่น้ำ 5สาย ประกอบกับการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่รุกหนักในทางการเมืองมากขึ้น ทำให้สถานะของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นทั้งกรรมการ และผู้เล่นในสนามการเมืองไปพร้อมกัน ส่งผลให้ถูกมองถึงการสืบทอดอำนาจชัดเจนขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. และนายกฯ เข้ามามีอำนาจใหม่ๆ ได้ประกาศเรื่องการปฏิรูปประเทศ &amp;nbsp;เรื่องการปรองดองของคนในชาติ แต่เวลาผ่านมาเกือบ 4 ปี การปฏิรูปไม่สามารถสัมผัสได้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ &amp;nbsp;การปฏิรูปการศึกษา &amp;nbsp;การปฏิรูปสังคมลดความเหลื่อมล้ำ &amp;nbsp;ในขณะที่การปฏิรูปการเมืองก็มีการใส่วิธีการใหม่ๆ เข้าไปในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะตอบโจทย์เรื่องปฏิรูปการเมืองได้หรือไม่ ในขณะที่เรื่องการปรองดอง ก็ยังเป็นเรื่องล่องลอยอยู่ในอากาศ ไม่มีอะไรที่ส่งสัญญาณให้เห็นเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;ทำให้ความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาหลักๆ ของประเทศลดลง รวมถึงการเลือกตั้งที่ถูกเลื่อนมาตามลำดับ ก็ทำให้ความน่าเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.ปัญหาการแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ถึงแม้รัฐบาลจะโฆษณาว่าเศรษฐกิจโดยรวมดีอย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;แต่ความจริงที่ประชาชนสัมผัสได้ ไม่ได้เป็นไปดังคำโฆษณา &amp;nbsp;ประชาชนระดับฐานรากยังอยู่สภาพชักหน้าไม่ถึงหลัง เสียงบ่นระงมเรื่องเศรษฐกิจไม่ดีมีทุกหย่อมหญ้า เป็นอีกเหตุปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลยังอยู่ในช่วงขาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สาเหตุปัจจัยทั้ง &amp;nbsp;4 ประการที่ทำให้เกิดปัญหาส่งผลเป็นเงื่อนไขทำให้รัฐบาลและ คสช. อยู่ในสภาวะขาลงนี้ &amp;nbsp; ถ้านายกฯ ไตร่ตรองทบทวนดูให้ดี และหาวิธีการแก้ไข ก็อาจช่วยให้สภาวะขาลงเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ แต่ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามกลไกอำนาจต่างๆ โดยไม่ยอมแก้ไขก็ย่อมทำให้กลายเป็นสภาวะขาลงมากยิ่งขึ้น ปัญหาซ้อนปัญหาจนยากที่จะเยียวยาแก้ไข จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวมและไม่เกิดผลดีต่อใครทั้งสิ้น จึงอยากเห็นนายกฯ แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดหยุดสภาวะขาลง เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ด้วยดีเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป&amp;rdquo;นายองอาจระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ประชาธิปัตย์, ประยุทธ์, พล.อ.ประยุทธ์, รัฐบาล, องอาจ, องอาจ  คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL> https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a641a2cd14a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
